หมายเลขฐานข้อมูล 193.
عَنْ عَائِشَةَ، قَالَتْ كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم إِذَا أَمَرَهُمْ أَمَرَهُمْ مِنَ الأَعْمَالِ بِمَا يُطِيقُونَ قَالُوا إِنَّا لَسْنَا كَهَيْئَتِكَ يَا رَسُولَ اللَّهِ، إِنَّ اللَّهَ قَدْ
غَفَرَ لَكَ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِكَ وَمَا تَأَخَّرَ. فَيَغْضَبُ حَتَّى يُعْرَفَ الْغَضَبُ فِيوَجْهِهِ ثُمَّ يَقُولُ " إِنَّ أَتْقَاكُمْ وَأَعْلَمَكُمْ بِاللَّهِ أَنَا ".
ท่านหญิงอาอิชะห์ รายงานว่า ท่านรอซูลุลลออ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม นั้นเมื่อใช้ให้พวกเขา (เหล่าศอฮาบะห์ กรทำสิ่งใด) ท่านก็จะใช้พวกเขาให้ทำในสิ่งที่พวกเขามีความสามารถ พวกเขากล่าวว่า พวกเราไม่มีสภาพเหมือนดั่งท่านหรอก โอ้ศาสนทูตของอัลลอฮ์ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอภัยโทษให้แก่ท่านจากความผิดที่ผ่านมาและในอนาคต (คำพูดนี้) ทำให้ท่านโกรธจนกระทั่งร่องรอยของความโกรธปรากฏบนใบหน้าของท่าน แล้วท่านก็กล่าวว่า“แท้จริงผู้ที่ยำเกรงและรู้ดีในเรื่องของอัลลอฮ์มากยิ่งกว่าคนใดในหมู่พวกเจ้า คือข้าต่างหาก”
บันทึกโดย
บุคอรีย์
สถานะหะดีษ
เศาะฮีฮฺ
ตัครีจหะดีษ
บุคคอรี/หมวดที่2/บทที่13/ฮะดีษเลขที่ 20